เครื่องพ่นละอองฝอยชนิดติดหลังรถยนต์ 2 หัวพ่น

ถังฉีดพ่นปลวก

เครื่องกำจัดตัวเรือด,ตัวเห็บ,ไรฝุ่น

ผลิตภัณฑ์กำจัดยุงและแมลง

ผลิตภัณฑ์กำจัดลูกน้ำยุงลาย

Facebook

Video

ปลวกคืออะไร

แมลงที่ว่าร้ายนัก ในประเทศไทยปลวกเป็นแมลงที่นับว่าเป็นศัตรูสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งโดยทางตรงและทางอ้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านการเกษตร ป่าไม้ เช่น การทำลายต้นไม ้ ที่ยังไม่ตัดโค่นและที่โค่นแล้ว ทำความเสียหายแก่อาคารบ้านเรือน สิ่งก่อสร้าง เครื่องเรือน วัสดุต่างๆ ที่ทำด้วยไม้และฝ้าย เป็นต้น

จากผลการสำรวจความเสียหายดังกล่าวข้างต้น ประมาณได้ว่ามีมูลค่าไม่ต่ำกว่าหนึ่งร้อยล้านบาทต่อปี นับว่าปลวก เป็นแมลงที่ทำลายเศรษฐกิจที่สำคัญชนิดหนึ่ง จควรทำความรู้จักถึงชนิดและความเป็นอยู่ของปลวก เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการป้องกันกำจัดต่อไป

ปลวกเป็นแมลงที่มีชื่อเรียกภาษาอังกฤษว่า เทอร์ไมต์ (Termite) หรือบางทีเรียกว่ามดสีขาว (White ant)จัดเป็นแมลงในอันดับไอสอปเทอรา (Order Isoptera) ในอันดับนี้มี ปลวกวงศ์ใหญ่อยู่ 3 วงศ์ คือ วงศ์ Kalotermitidae วงศ์ Termitidae และวงศ์ Rhinotermitidae ซึ่งมีความสำคัญทางเศรษฐกิจ ในโลกใบนี้เราพบปลวกประมาณ 2,000 ชนิด เฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีประมาณ 270 ชนิด พบในประเทศไทย ประมาณ 90 ชนิด ปลวกที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจในประเทศมีเพียง 11 ชนิด

สำหรับพวกที่เป็นภัยร้ายแรงต่อสิ่งก่อสร้างและส่วนประกอบของอาคารบ้านเรือนที่ทำด้วยวัสดุไม้คือ

  • ปลวกไม้แห้ง (Drywood termites) เป็นปลวกที่สามารถดำรงชีวิตได้ในเนื้อ ไม้ที่แห้งสนิท เมื่อปลวกกัดกินเนื้อไม้จะทิ้งมูลมีลักษณะเป็นเม็ดเล็กๆ คล้ายเมล็ดฝิ่นออกจากรูที่มีขนาดเล็ก ในประเทศไทยพบชนิดสำคัญ 2 ชนิด คือ Cryptotermes thailandis และ Cryptotermes domesticus ซึ่งทำลายวัสดุที่ทำด้วยไม้ในอาคารบ้านเรือน
  • ปลวกใต้ดิน (Subterranean termites) เป็นปลวกที่อาศัยอยู่ใต้ดินเกือบตลอดอายุของมันและนับเป็นประเภทที่เป็นภัยร้ายแรงต่ออาคาร และสิ่งก่อสร้าง เพราะความเสียหายที่เกิดจากปลวกพวกนี้มีถึง 95% ชนิดที่สำคัญ 2 ชนิด คือ Coptotermes gestroi และ Globitermes sulphureus ปลวกจะขึ้นมาหาอาหารโดยการทำท่อทางเดินหรืออุโมงค์ด้วยดินเพื่อใช้เป็นทางเดินไปยังแหล่งอาหาร เช่น ตามผิวไม้ คอนกรีต สิ่งปลูกสร้างอื่นๆ ตามรอยแตกหรือช่องระหว่างพื้นบ้านกับพื้นดิน ถ้าระยะไม่ห่างเกินไปปลวกจะสร้างท่อทางเดินข้ามไปได้ ในเนื้อไม้ ที่ปลวกใต้ดินเจาะทำลายภายในแล้ว จะเหลือส่วนนอกไว้เป็นแผ่นบางๆ ตอนในที่กลวงมันจะใช้ดินอุดตามช่องว่างไว้ไม่ให้ผิวไม้ยุบ

ปลวกอาศัยอยู่รวมกันเป็นสังคม

ในแต่ละสังคมแบ่งออกได้เป็น 3 แบบ ตามรูปร่างและหน้าที่การทำงาน คือ ปลวกแม่รังและพ่อรัง (ปลวกราชินี-ราชา หรือปลวกตัวเมียและตัวผู้) ปลวกทหารและปลวกกรรมกร

ปลวกตัวเมียและตัวผู้ คือปลวกที่มีปีกบินได้ เราเรียกว่า แมลงเม่าซึ่งจะออกมาบินเล่นไฟในช่วงก่อนฝนตก มีหน้าที่กระจายพันธุ์และจัดตั้งสังคมหรือรังใหม่ เมื่อแมลงเม่าผสมพันธุ์กันแล้วสลัดปีกหลุดจะมุดตัวลงในดินเพื่อวางไข่และสร้างรังต่อไป ปลวกตัวเมียจะพัฒนาตัวเองเป็นปลวกแม่รัง ทำหน้าที่ผสมพันธุ์และวางไข่เพียงอย่างเดียว ปลวกคู่แรกที่ทำหน้าที่เป็นราชินีและราชาของรังบางตัวมีอายุได้นานเกือบ 25 ปี และวางไข่ได้มากถึงวันละ 30,000 ฟอง ความสามารถในการวางไข่จะขึ้นอยู่กับจำนวนปลวกกรรมกร แมงเม่าในขณะที่ไข่เจริญเป็นตัวอ่อนและตัวแก่ภายในระยะ 30-50 วันนั้น ปลวกราชินีจะเป็นตัวควบคุมตัวอ่อนให้พัฒนาบทบาทเป็นแบบต่างๆ คือ เป็นตัวผู้-ตัวเมีย เป็น ปลวกกรรมกร หรือทหารปลวกกรรมกร มีปริมาณมากที่สุดกว่า 90% นั้น ลักษณะไม่มีปีก ส่วนปากมีขากรรไกรแบบฟันเลื่อยเหมาะ สำหรับตัดไม้ เจาะไม้ สิ่งก่อสร้างต่างๆ มีหน้าที่สร้างซ่อมแซมรัง หาอาหารเลี้ยงดู ปลวกอื่นๆ ปลวกกรรมกรเป็นหมัน ผสมพันธุ์และสืบพันธุ์ไม่ได้ ปลวกทหาร ซึ่งมีจำนวนน้อยมากสังเกตเห็นลักษณะที่แตกต่างจากปลวกกรรมกร คือ มีหัวโตผิดปกติ ไม่มีตาที่มองเห็นได้ ส่วนของปากมีขากรรไกรขนาดใหญ่รูปลักษณะคล้ายคีมหรือดาบ เหมาะสำหรับใช้ในการต่อสู้แต่ไม่สามารถใช้ตัดหรือเจาะได้จึงมีหน้าที่ต่อสู้เพื่อป้องกันอันตรายให้ปลวกภายในรัง โดยเฉพาะศัตรูสำคัญ คือ มดเมื่อศัตรูทำลายทางเดินหรือรัง มันจะเอาส่วนหัวที่โตอุดช่องโหว่หรือขับไล่ศัตรูจนกว่าจนกว่าปลวกกรรมกร จะทำการซ่อมรังเรียบร้อย ปลวกทหารบางชนิดสามารถกลั่นของเหลวที่มีพิษเป็นกรดเหนียวๆ ออกจากส่วนหัวของมัน เมื่อมดมาถูกจะเหนียวติดและหมดกำลัง นอกจากนี้กรดที่ปลวกทหารกลั่นออกมายังใช้ในการเจาะโลหะและหินปูนได้ดีอีกด้วย จึงเห็นได้ว่า ปลวกจะแบ่งแยกหน้าที่กันอย่างชัดเจนในลักษณะแมลงสังคมชนิดหนึ่ง ปลวกมีการแพร่พันธุ์อย่างรวดเร็ว ปลวกตัวผู้และตัวเมียในรัง ที่มีอายุ 3 ปี จะกระจายพันธุ์ไปนอกรังเพื่อจัดตั้งรังใหม่ปีละ 1-2 ครั้ง ระหว่างต้นฤดูฝนหลังฝนตกใหม่ๆ โดยบินจากรังเก่าในลักษณะแมลงเม่า ผสมพันธุ์แล้วสลัดปีกมุดลงดินเพื่อสร้างรังใหม่วนเวียนกันเช่นนี้ ดังนั้นปลวกจึงมีจำนวนมากมายและเป็นปัญหาใหญ่ยากที่จะกำจัดให้ หมดไปได้โดยง่าย วิธีการที่ทำได้คือการป้องกันไม่ให้ปลวกก่อความเสียหายแก่ทรัพย์สินต่างๆ เท่านั้น

ปลวกกรรมกร อาหารหลักของปลวก คือ เซลลูโลสที่ได้จากเนื้อไม้ การกัดทำลายสิ่งของที่มีเซลลูโลสเป็นส่วนประกอบก็เพื่อนำมาใช้เป็นอาหารและที่อยู่อาศัย นอกจากนี้ซากปลวกหรือวัตถุเหลวๆ ตามตัวปลวกยังใช้กินเป็นอาหารได้ นิสัยของปลวกใช้การสื่อสารโดยสัมผัสกันตลอดเวลาจึงเป็นช่องทางหนึ่งในการกำจัดปลวก หากปลวกได้สัมผัสสารพิษที่ใช้กำจัดจะถ่ายทอดสารพิษติดต่อถึงกันโดยง่ายและจะทำให้ปลวกตายทั้งหมดได้

การป้องกันกำจัดปลวก

สำหรับการป้องกันกำจัดปลวกที่ก่อความเสียหายแก่อาคารบ้านเรือน ที่อยู่อาศัย นอกจากการออกแบบอาคารให้พื้นบ้านสูงจากพื้นดินประมาณ 50 ซม. เลือกสถานที่และเลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่คุณภาพดี เช่น ไม้เนื้อแข็งต่างๆ แล้ว ควรจะได้รู้ถึงวิธีการกำจัดปลวกด้วยวิธีการง่ายๆ เพื่อเป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย ดังนี้

1. การป้องกันปลวกระหว่างการก่อสร้าง

1.1 ทำความสะอาดพื้นที่ที่ปลูกสร้างให้ปราศจากอาหารของปลวกเช่น เศษไม้ ตอไม้ พร้อมทั้งทำลายรังปลวก ทั้งตามพื้นดินและบนต้นไม้ แล้วจึงราดด้วยน้ำยากำจัดปลวก

1.2 ราดน้ำยาป้องกันกำจัดปลวกบนผิวดินในพื้นที่ที่จะปลูกสร้างอาคารตามอัตราที่กำหนดไว้ ตามฉลากก่อนที่จะเทพื้นคอนกรีตฐานรากอาคาร ควรราดน้ำยาพ้นออกรอบนอกตัวอาคารอีก 1 เมตร

1.3 โครงสร้างของอาคารที่ทำด้วยไม้ ต้องทาหรืออาบน้ำยาที่รักษาเนื้อไม้ให้ทั่ว

2. การกำจัดและป้องกันปลวกหลังการก่อสร้าง

2.1 สำรวจความเสียหายของอาคารบ้านเรือน หากเป็นปลวกอาศัยใต้ดิน ให้สังเกตท่อทางเดินและพยายามทำลายให้หมดอย่าให้ขึ้นสู่อาคารเช่น บริเวณโคนเสา รอยต่อระหว่างคอนกรีตกับไม้ ต้องพยายามหาตัวปลวกมาคลุกหรือพ่นสารเคมีแล้วปล่อยลงในท่อทางเดินตามเดิม อาศัยอุปนิสัยของปลวกที่ชอบเลียสัมผัสกันและกัน หรือกินซากปลวก ที่ตายทำให้สามารถกำจัดปลวกได้ทั้งรัง หากเป็นปลวกไม้แห้งนำไม้ที่มีปลวกมาเผาทิ้ง หรือใช้สว่านไฟฟ้าเจาะรูขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1 ซม. ลึก 3 ใน 4 ของความหนาของไม้ที่ปลวกทำลาย แต่ละรูห่างกัน 50-60 ซม. พ่นสารเคมีพิษเข้าในรู แล้วอุดรุด้วยไม้เนื้ออ่อนทิ้งไว้ 7 วัน ทำซ้ำๆ กันหลายๆ ครั้ง

2.2 หากเป็นอาคารสร้างติดพื้นดิน ป้องกันปลวกจากภายนอกเข้าสู่ภายในอาคารด้วยการทำแนวป้องกันเคมีรอบอาคารโดยการขุดคูเล็กๆ ขนาดกว้าง 20 ซม. ลึก 30 ซม. รอบอาคารแล้วราดน้ำยาเคมีป้องกันปลวกลงในคูที่ขุดให้ทั่วพร้อมทั้งคลุกเคล้าดินไปด้วย เมื่อทำการกลบดินแล้ว ราดน้ำยาอีกครั้ง อนึ่งควรคำนึงถึงความปลอดภัยในการใช้สารเคมีเลือกสารเคมีที่คุณภาพดีและปฏิบัติตามวิธีใช้ผลิตภัณฑ์อย่างเคร่งครัด

วิธีการดังกล่าวข้างต้นอาจกำจัดปลวกไม่ได้ผลสมบูรณ์100% เนื่องจากจะต้องใช้เครื่องมือต่างๆ เช่น สว่านไฟฟ้าเจาะพื้นคอนกรีตและไม้ ท่ออัดฉีดน้ำยากำจัดปลวกลงใต้ดิน เครื่องฉีดน้ำยาที่ใช้แรงอัดความดันสูง ดังนั้นในการก่อสร้างอาคารบ้านเรือน สถานที่ราชการและสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ควรคำนึงถึงปัญหาปลวกที่อาจเกิดขึ้นตลอดเวลา

การป้องกันกำจัดในขั้นต้น คือระยะการก่อสร้างอาคาร เพราะนอกจากจะทำได้ง่าย และประหยัดค่าใช้จ่ายแล้วยังป้องกันความเสียหายจากปลวกที่จะเกิดขึ้นภายหลังอันมิอาจประเทินค่าได้ และยากต่อการแก้ปัญหาให้หมดไปในเวลาอันรวดเร็วด้วย

เอกสารอ้างอิง

จดหมายข่าว วท. สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ปีที่ 3 ฉบับที่ 7 เดือนกรกฎาคม 2543 หน้า 6-8.

ปลวก สุดยอดนักแพร่พันธุ์

นางพญาปลวก จัดเป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังที่สามารถขยายพันธุ์ได้มากที่สุดเป็นอันดับสอง รองจากพยาธิตัวตืด นางพญาปลวกสามารถวางไข่ประมาณ 30,000 ตัว/วัน เพื่อฝักเป็นปลวกอ่อนต่อไปในอนาคต รู้หรือไม่ ปลวกมาจากไหน ? ไอ้ที่เดินยั้วเยี้ยะใต้บันไดบ้าน ผนังบ้านอยู่ทุกวันๆ ปลวก มันเริ่มเกิดขึ้นมาได้ยังไง ทั้งๆที่บันไดบ้านก็ปิดมิดชิด ? มารู้จักปลวกกัน

  • ปลวก เป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง
  • ปลวก สามารถขยายพันธุ์ได้มากที่สุด รองจาก พยาธิตัวตืด
  • นางพญาปลวก สามารถวางไข่ประมาณ 30,000 ฟอง/วัน
  • แมลงเม่า เป็น ปลวก ทั้งเพศผู้และเพศเมียที่ไม่เป็นหมัน
  • แมลงเม่า เมื่อบินออกจากรังจะจับคู่กันแล้วจะสลัดปีกทิ้ง
  • จากนั้นจะพากันไปหาสถานที่สร้างรังใหม่ (นั้นก็คือ บันไดบ้านทุกคนนั้นแหละ)

ขั้นตอนการผสมพันธุ์ นางพญาปลวก ราชินีปลวก

เริ่มจากเพศเมีย ซึ่งเป็น ราชินีปลวก จะชูส่วนท้อง และ ปล่อยกลิ่นฟีโรโมนเพศทำให้ ปลวกราชา เคลื่อนที่เข้าไปหาและเริ่มการผสมพันธุ์นางพญาปลวก จะเริ่มวางไข่ในระยะต่อมาภายในระยะเวลา 1 เดือนการวางไข่ครั้งแรก จะมีจำนวนน้อยประมาณ 10 ฟอง หรือมากกว่าโดย ปลวก รุ่นแรกจะเป็น ปลวกงาน และ ปลวก ทหารต่อมาส่วนท้องของ นางพญาปลวก จะขยายใหญ่ขึ้น จะเริ่มวางไข่อีก และ จะเคลื่อนไหวไปไหนมาไหนไม่ได้ในครั้งนี้จะเป็นการผลิต ปลวกงาน และ ปลวกทหาร ให้เพิ่มขึ้น ในระยะ 3-4 ปีต่อมา ราชินีจึงวางไข่เพื่อผลิตวรรณะสืบพันธุ์ชุดแรก (primary reproductive)สำหรับตัว ราชาปลวก จะมีรูปร่างขยายขึ้นกว่าเดิมไม่มากนัก จะคอยอยู่ใกล้ๆ กับตัว นางพญาปลวก เพื่อทำการผสมพันธุ์เพียงอย่างเดียว ( คล้ายๆแมงดาอ่ะป่ะ ^^ )นางพญาปลวก และ ปลวกราชา จะมีอายุยืนยาวถึง 25-50 ปี

วิธีกำจัดปลวกด้วย เหยื่อปลวก

การกำจัดปลวกมีด้วยกันหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการใช้สารเคมี การใช้สมุนไพร หรือการใช้เครื่องฉีดโฟมกำจัดปลวก และอีกวิธีหนึ่งที่เราจะขอแนะนำคือการกำจัดปลวกที่มีประสิทธิภาพและได้ผลระยะยาว ไม่เป็นอันตรายต่อท่านและสิ่งแวดล้อม โดยการใช้เหยื่อปลวก เมื่อปลวกมากินเหยื่อที่มีฮอร์โมนผสมอยู่ และนำกลับสู่รัง เหยื่อปลวกจะทำให้วงจรการแพร่พันธุ์ของปลวกผิดปกติ จนกระทั่งไม่สามารถแพร่พันธ์และทยายตายยกรัง ขอบคุณข้อมูลจาก teen.mthai.com

ทำความรู้จักกับปลวก

 

ปลวก จัดเป็นแมลงสังคมชนิดหนึ่ง จัดอยู่ในอันดับ Isoptera มีชีวิตความเป็นอยู่อย่างสลับซับซ้อน แบ่งออกเป็น 3 วรรณะ มีรูปร่างและหน้าที่ต่างกันชัดเจนคือ วรรณะปลวกงาน ทำหน้าที่หาอาหารและสร้างรัง วรรณะทหาร ป้องกันศัตรูที่เข้ามารบกวนประชากรในรัง และวรรณะสืบพันธุ์ ทำหน้าที่สืบพันธุ์วางไข่

แม้ว่าปลวกบางชนิดจะเป็นศัตรูที่สามารถทำลายความเสียหายให้แก่ไม้ ต้นไม้ หรือผลิตผลที่มีเซลลูโลสเป็นองค์ประกอบได้ แต่ในทางนิเวศวิทยาแล้ว ปลวกกว่า 80% จัดเป็นแมลงที่มีประโยชน์และมีความสำคัญต่อระบบนิเวศป่าไม้มาก โดยปลวกจัดเป็นผู้ย่อยสลายในป่าธรรมชาติ ซึ่งทำหน้าที่ร่วมกันกับเชื้อราและแบคทีเรีย พบว่าประมาณ 3 ใน 4 ของขยะธรรมชาติ เช่น ซากพืช เศษไม้ ใบไม้ ท่อนไม้ หรือต้นไม้ที่หักล้มร่วงหล่นทับถมกันอยู่ในป่า ปลวกจะทำหน้าที่ ช่วยในการย่อยสลายให้ผุพังและเปลี่ยนแปลงไปเป็นฮิวมัสหรือินทรีย์วัตถุภายในดิน ก่อให้เกิดการหมุนเวียนอย่างรวดเร็วของธาตุอาหารในดิน สร้างความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ดินในป่า ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตของต้นไม้

ในขบวนการย่อยสลายของปลวกจะอาศัยจุลินทรีย์พวกโปรโตซัว หรือแบคทีเรียที่อยู่ภายในกระเพาะส่วนหลังในการผลิตน้ำย่อย (enzyme) ที่มีประสิทธิภาพสูงในการย่อยสลายสารพิษบางอย่างที่สลายตัวยากในสภาพแวดล้อมได้ นอกจากนี้ปลวกยังมีความสามารถใช้แบคทีเรียในกระเพาะจับธาตุไนโตรเจนจากอากาศมาสร้างเป็นกรดอะมิโนและสร้างโปรตีนให้ตัวมันเองได้อีกด้วย ปลวกจึงมีบทบาทเกี่ยวพันเป็นห่วงโซ่อาหารที่ซับซ้อนอยู่ในระบบนิเวศ และมีการถ่ายเทพลังงานกัน ก่อให้เกิดการเพิ่มผลผลิตของมวลชีวภาพ การทำลายหรือขุดรังปลวก ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงสภาพนิเวศของป่าธรรมชาติไปเป็นพื้นที่ใช้ประโยชน์ต่างๆ เช่น พื้นที่เกษตรกรรม สวนป่า หรือพื้นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ ล้วนก่อให้เกิดความผิดปกติขึ้น ในขบวนการของระบบนิเวศ อัตราการย่อยสลายจะมีส่วนลดลง มีผลต่อปริมาณอินทรีย์วัตถุและปริมาณของธาตุอาหารในดินลดลง ซึ่งมีผลกระทบต่อชีวมวลในระบบนิเวศที่ลำต่ำลงไป ดังนั้นปลวกจึงเป็นทรัพยากรแมลงที่มีคุณค่าต่อการอนุรักษ์ในฐานะเป็นตัวจักรสำคัญในการเป็นผู้ย่อยสลายในธรรมชาติ

ปลวกคือ ความหมายของปลวก ปลวกมีกี่วรรณะ

ปลวก จัดเป็นแมลงสังคมชนิดหนึ่ง จัดอยู่ในอันดับ Isoptera มีชีวิตความเป็นอยู่อย่างสลับซับซ้อน

แบ่งออกเป็น 3 วรรณะ มีรูปร่างและหน้าที่ต่างกันชัดเจนคือวรรณะปลวกงาน

 

ทำหน้าที่หาอาหารและสร้างรัง วรรณะทหาร ป้องกันศัตรูที่เข้ามารบกวนประชากรในรัง

 

และวรรณะสืบพันธุ์ ทำหน้าที่สืบพันธุ์วางไข่

 

แม้ว่าปลวกบางชนิดจะเป็นศัตรูที่สามารถทำลายความเสียหายให้แก่ไม้ ต้นไม้ หรือผลิตผลที่มีเซลลูโลสเป็นองค์ประกอบได้ แต่ในทางนิเวศวิทยาแล้ว ปลวกกว่า 80% จัดเป็นแมลงที่มีประโยชน์และมีความสำคัญต่อระบบนิเวศป่าไม้มาก โดยปลวกจัดเป็นผู้ย่อย สลายในป่าธรรมชาติ ซึ่งทำหน้าที่ร่วมกันกับเชื้อราและแบคทีเรีย พบว่าประมาณ 3 ใน 4 ของขยะธรรมชาติ เช่น ซากพืช เศษไม้ ใบไม้ ท่อนไม้ หรือต้นไม้ที่หักล้มร่วงหล่นทับถมกันอยู่ในป่า ปลวกจะทำหน้าที่ ช่วยในการย่อยสลายให้ผุพังและเปลี่ยนแปลงไปเป็น ฮิวมัสหรือินทรีย์วัตถุภายในดิน ก่อให้เกิดการหมุนเวียนอย่างรวดเร็วของธาตุอาหารในดิน สร้างความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ดินในป่าซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตของต้นไม้

ในขบวนการย่อยสลายของปลวกจะอาศัยจุลินทรีย์พวกโปรโตซัว หรือแบคทีเรียที่อยู่ภายในกระเพาะส่วนหลังในการ ผลิตน้ำย่อย (enzyme) ที่มีประสิทธิภาพสูงในการย่อยสลายสารพิษบางอย่างที่สลายตัวยากในสภาพแวดล้อมได้ นอกจากนี้ปลวกยังมีความสามารถใช้แบคทีเรียในกระเพาะจับธาตุไนโตรเจนจากอากาศมาสร้างเป็นกรดอะมิโนและสร้างโปรตีน ให้ตัวมันเองได้อีกด้วย ปลวกจึงมีบทบาทเกี่ยวพันเป็นห่วงโซ่อาหารที่ซับซ้อนอยู่ในระบบนิเวศ และมีการถ่ายเทพลังงานกัน ก่อให้เกิดการเพิ่มผลผลิตของมวลชีวภาพ การทำลายหรือขุดรังปลวก ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงสภาพนิเวศของป่าธรรมชาติ ไปเป็นพื้นที่ใช้ประโยชน์ต่างๆ เช่น พื้นที่เกษตรกรรม สวนป่า หรือพื้นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ ล้วนก่อให้เกิดความผิดปกติขึ้น ในขบวนการของระบบนิเวศ อัตราการย่อยสลายจะมีส่วนลดลง มีผลต่อปริมาณอินทรีย์วัตถุและปริมาณของธาตุอาหารในดินลดลง ซึ่งมีผลกระทบต่อชีวมวลในระบบนิเวศที่ลำต่ำลงไป ดังนั้นปลวกจึงเป็นทรัพยากรแมลงที่มีคุณค่าต่อการอนุรักษ์ในฐานะ เป็นตัวจักรสำคัญในการเป็นผู้ย่อยสลายในธรรมชาติ

 

บริการพ่นฆ่าเชื้อไวรัส โควิด-19 COVID-19